วันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ต้นมะม่วง

ต้นมะม่วง

               เป็นที่ถกเถียงกันมานานว่าแหล่งกำเนิดมะม่วง (MANGIFERA INDICA) ผลไม้ที่เราคุ้นเคยในรสชาติหอมหวาน และมะม่วงป่าอีกหลากหลายชนิด (MANGIFERA SPP.)  อยู่ที่ไหนฟอสซิลใบไม้คล้ายมะม่วง ที่คาดว่าเก่าแก่ที่สุด  มีอายุประมาณ 70-60 ล้านปี (สมัย PALEOCENE) ได้ถูกค้นพบที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย และตั้งชื่อว่า EOMANGIFEROPHYLLUM DAMALGIRIENSIS ล่าสุด…..ที่เหมืองถ่านหินในบ้านป่าคา อ.ลี้ จ.ลำพูน ฟอสซิลใบไม้อายุประมาณสมัยโอลิโกซีนตอนปลาย (UPPER OLIGOCENE) ถึงสมัยไมโอซีนตอนต้น (LOWER MIOCENE) หรือประมาณ 25 ล้านปี ได้ถูกค้นพบอีก หลังจากการวิเคราะห์ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของใบ (LEAF ARCHITECTURAL ANALYSIS) ฟอสซิลใบไม้เหล่านี้ได้ถูกจำแนกออกเป็น 3 ชนิด ในสกุลมะม่วง  และได้ให้ชื่อในเบื้องต้นว่า MANGIFERA PALEOINDICA (เพราะคล้ายกับมะม่วงชนิดที่เราปลูกกันมาก)  M. INTERMEDIA (เพราะคล้ายมะม่วง 3 ชนิดในปัจจุบัน)  และ M. BUCHANANIOIDES (เพราะใบคล้ายใบของต้นไม้ชนิดหนึ่งในสกุล BUCHANANIA  ของวงศ์มะม่วง (ANACARDIACEAE) เท่าที่มีหลักฐานทางฟอสซิล   เราคาดว่ามะม่วงน่าจะมีจุดกำเนิดบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ต่อภาคเหนือของพม่า  และภาคเหนือของไทย  หลังจากนั้นมีการ แพร่กระจายไปยัง มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปินส์ บอเนียว นิวกินี หมู่เกาะโซโลมอน และเกาะแคโลไล สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอาจทำให้การกำเนิดสายพันธุ์ใหม่และการสูญ พันธุ์มีความแตกต่างกันระหว่างแหล่งกำเนิดและที่ที่มันแพร่กระจายไป อย่างไรก็ตามความเข้าใจในประวัติของการกำเนิด  การแพร่กระจาย  การสูญพันธุ์  และการเกิดพันธุ์ใหม่ๆ ต้องการข้อมูลของฟอสซิลที่คลอบคลุมพื้นที่และช่วงเวลา (SPATIAL AND TEMPORAL SCALE)  และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม เป็นต้น สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอาจทำให้การกำเนิดสายพันธุ์ใหม่และการสูญ พันธุ์มีความแตกต่างกันระหว่างแหล่งกำเนิดและที่ที่มันแพร่กระจายไป อย่างไรก็ตามความเข้าใจในประวัติของการกำเนิด  การแพร่กระจาย  การสูญพันธุ์  และการเกิดพันธุ์ใหม่ๆ ต้องการข้อมูลของฟอสซิลที่คลอบคลุมพื้นที่และช่วงเวลา (SPATIAL AND TEMPORAL SCALE)  และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม เป็นต้น มะม่วง ได้เกิดมารอคู่มหัศจรรย์ของมัน ซึ่งก็คือข้าวเหนียว เป็นเวลานานนับ ล้านๆ ปี หลังจากนั้นอีกสิบกว่าล้านปี คู่นี้ก็กลายมาเป็น ข้าวเหนียวมะม่วง ที่คนไทยชื่นชอบ

พันธุ์มะม่วงที่พบบ่อยในบ้านเรา

มะม่วงน้ำดอกไม้ : เป็นพันธุ์มะม่วงที่นิยมปลูก กันทั่วไป สามารถออกดอกแต่ติดผลปานกลาง และ ให้ผลทุกปีผลมีขนาดปลานกลาง – ขนาดใหญ่ ลักษณะของผลจะอ้วน หัวใหญ่ปลายแหลม ผลค่อนข้างยาว ลักษณะเปลือกบาง มีต่อมกระจายห่าง ๆ ทั่วผล
ผลดิบ : ผิวเปลือกจะเป็นผิวนวล เนื้อแน่นหนาเป็นสีขาว มีรสเปรี้ยวจัด
ผลสุก : ผิวของเปลือกจะเป็นสีเหลืองนวลเนื้อเป็นสีเหลืองมีรสหวาน
เมล็ด : แบนยาว เมื่อเพาะต้นอ่อนจะขึ้นได้จากเมล็ดเดียว

มะม่วงแรด : เป็นมะม่วงพันธ์เบา เจริญเติบโตเร็ว มีลักษณะเป็นพุ่มค่อนข้างทึบใบมีขนาดปลานกลาง ผลตรงกลางมีลักษณะกลม หัวอ้วนใหญ่มีปลายแหลมเล็กน้อย ผิวเป็นคลื่นไม่เรียบ มีลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดที่เรียกว่า มีนอ ตรงส่วนบนด้านหลัง แต่บางผลและบางต้นจะไม่มีอัตราส่วนโดยเฉลี่ยของความยาว : ความกว้าง : ความหนา เท่ากับ 1.9 : 1 : 1 ลักษณะ เปลือกและผิวค่อนข้างหนาและเหนียว ต่อมมีขนาดใหญ่ไม่ค่อยชัดกระจายอยู่ทั่วผล
ผลดิบ : จะมีรสเปรี้ยวจัด เมื่อแก่จัดจะมีรสหวานอมเปรี้ยว
ผลสุก : ผิวเป็นสีเหลือง เนื้อเหลือง มีเสี้ยนค่อนข้างมาก
เมล็ด : รูปร่างค่อนข้างสั้น จะมีเสี้ยนติดเมล็ดค่อนข้างมาก น้ำหนักของเนื้อต่อเมล็ดเฉลี่ย 6.4 : 1 เมล็ดเดียวเพาะได้หลายต้น

มะม่วงเขียวเสวย : เป็น พุ่มหนาทึบ ใบเป็นสีเขียวเข้ม ผลใช้รับประทานดิบ หรือ สุกก็ได้ลักษณะ เปลือกหนาและเหนียว มีต่อมไม่ค่อยชัด และ กระจายอยู่ทั่วผล
ผลดิบ : ผิวเปลือกจะมีสีเขียวเข้ม และ จะออกสีนวลเมื่อแก่ เนื้อเป็นสีขาวจะมีความละเอียด กรอบ มีเสี้ยนค่อนข้างน้อย รสเปรี้ยว เมื่ออ่อน เมื่อแก่จัดจะมีรสมัน
ผลสุก : ผิวของเปลือกจะเป็นสีเขียวปนเหลืองสีของเนื้อเป็นสีเหลือง ลักษณะเนื้อจะเอียด มีเสี้ยนน้อย และมีรสหวาน
เมล็ด : สามารถเพาะต้นอ่อนขึ้นได้หลายต้นจากเมล็ดเดียว เมล็ดค่อนข้างแบนยาว เนื้อเมล็ดค่อนข้างเต็ม และมีเสี้ยนติดกับเมล็ดน้อย

มะม่วงฟ้าลั่น : เป็นทรงพุ่มค่อนข้างทึบ ใบยาวคล้ายใบมะม่วงพันธ์สายฝน ออกผลค่อนข้างดก ลักษณะผลจะกลมมากกว่ามะม่วงพันธ์สายฝน แต่มีความยาวพอ ๆ กัน ปลายผลกลมมนเมื่อผลแก่จัดเนื้อจะเปาะบางมาก และอาจจะแตกทันทีเมื่อถูกคมมีดซึ่งเป็นลักษณะประจำพันธ์เห็นได้ชัด ลักษณะ เปลือกจะหนา แต่ไม่เหนียว มีต่อมขนาดปลานกลางเห็นได้ชัด และกระจายอยู่ทั่วผล ผิวเปลือกเป็นสีเขียวเข้ม เนื้อขาวนวล ลักษณะผิวหยาบ กรอบ มีเสี้ยนค่อนข้างน้อย
ผลดิบ : รสชาติมันตั้งแต่ผลเล็ก ๆ เมื่อแก่จัดรสชาติจะหวานมัน
ผลสุก : ผิวเขียวปนเหลือง เนื้อเป็นสีเหลืองเนื้อค่อนข้างละเอียด มีเสี้ยนน้อยรสหวานไม่จัดนัก
เมล็ด : เมื่อเพาะจะมีต้นอ่อนขึ้นหลายต้นจากเมล็ดเดียว รุปร่างของเมล็ดยาว แบนมีเนื้อในเมล็ดไม่เต็ม
นอกจากนี้ยังมีมะม่วงสายพันธุ์ต่างๆอีกมากมายที่นิยมแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่
Advertisements


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น